ดูบทความสแตนเลส Food Grade คืออะไร? ต้องใช้เกรดไหนถึงจะปลอดภัย ผ่านเกณฑ์ตรวจรับโรงงานอาหาร

สแตนเลส Food Grade คืออะไร? ต้องใช้เกรดไหนถึงจะปลอดภัย ผ่านเกณฑ์ตรวจรับโรงงานอาหาร

 

เจาะลึก สแตนเลส Food Grade คืออะไร? เลือกใช้เกรดไหนให้ปลอดภัยและผ่านเกณฑ์มาตรฐานโรงงานอาหาร

ในอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร เครื่องดื่ม ยา และครัวเชิงพาณิชย์ ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยคือข้อกำหนดสูงสุดที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล เช่น GMP, HACCP และ FDA วัสดุที่นำมาใช้สัมผัสกับวัตถุดิบและอาหารโดยตรงจึงต้องผ่านเกณฑ์เฉพาะทาง ซึ่งคำว่า สแตนเลส Food Grade ไม่ใช่แค่คำโฆษณา แต่เป็นข้อกำหนดเชิงวิศวกรรมโลหะวิทยาที่ว่าด้วยความบริสุทธิ์ของเนื้อเหล็ก ความต้านทานต่อการกัดกร่อน และการไม่ปล่อยสารเคมีอันตรายลงสู่อาหาร

คุณสมบัติทางเทคนิคที่ทำให้ สแตนเลส ได้รับมาตรฐาน Food Grade

โลหะที่จะผ่านมาตรฐานการสัมผัสอาหารได้นั้น ต้องมีคุณสมบัติหลัก 4 ประการ:

  • ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและด่างในอาหาร (Inert Surface): ต้องไม่ละลายสารเคมีหรือรสโลหะออกมาปนเปื้อน เมื่อต้องสัมผัสกับน้ำส้มสายชู น้ำมะนาว ซอสมะเขือเทศ หรือเกลือ

  • ผิวสัมผัสเรียบเนียน ไร้รูพรุน (Non-porous): เนื้อโลหะต้องมีความหนาแน่นสูง ไม่มีตามดหรือรอยแยก เพื่อป้องกันเศษอาหารและแบคทีเรียเข้าไปฝังตัว

  • ทนทานต่อการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ (Cleanability): ทนทานต่อน้ำร้อน ไอน้ำแรงดันสูง และน้ำยาฆ่าเชื้อเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนได้เป็นประจำโดยผิวไม่สึกกร่อน

  • ปราศจากสารพิษและโลหะหนักตกค้าง: เนื้อโลหะต้องไม่มีสารตะกั่ว แคดเมียม หรือสารปรอทเจือปนเกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยสากล

เจาะลึกเกรดสแตนเลสที่ใช้ในงาน Food Grade: 304 vs 316

การเลือกเกรดสแตนเลสสำหรับงานอาหารแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มมาตรฐานหลัก:

1. สแตนเลส เกรด 304 (มาตรฐานขั้นต่ำระดับสากล)

  • ส่วนผสมสำคัญ: โครเมียม 18 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และ นิกเกิล 8 ถึง 10.5 เปอร์เซ็นต์ (สูตร 18/8)

  • การใช้งานที่เหมาะสม: จัดเป็นมาตรฐานพื้นฐานของงานฟู้ดเกรด ครอบคลุมการผลิตทั่วไป เช่น ซิงค์ล้างจาน โต๊ะเตรียมอาหาร ท็อปครัว ถังผสมอาหารทั่วไป หม้อต้ม สายพานลำเลียงเนื้อสัตว์ ผัก และผลไม้ รวมถึงถังบรรจุน้ำดื่ม

  • ข้อจำกัด: หากนำไปใช้กับกระบวนการแปรรูปที่มีเกลือแกงเข้มข้นสูง หรือซอสที่มีความเป็นกรด-ด่างรุนแรงอย่างต่อเนื่องในระยะยาว อาจเกิดสนิมตามดขนาดเล็กได้

2. สแตนเลส เกรด 316 (เกรดความทนทานสูงพิเศษ สำหรับงานเค็มและกรดเข้มข้น)

  • ส่วนผสมสำคัญ: เพิ่มธาตุ โมลิบดีนัม (Molybdenum) 2 ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ เสริมจากโครเมียมและนิกเกิล

  • การใช้งานที่จำเป็น: ต้องใช้ในกระบวนการผลิตอาหารรสจัด เช่น ถังหมักน้ำปลา ถังซอสถั่วเหลือง ถังน้ำสลัดผสมน้ำส้มสายชู อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเล รวมถึงสายการผลิตยา (Pharmaceutical Grade) ที่ต้องผ่านการฆ่าเชื้อด้วยสารเคมีเข้มข้นระบบ CIP (Clean-in-Place) เป็นประจำ

ข้อควรระวัง: ไม่ควรนำ สแตนเลส เกรด 201 มาใช้สัมผัสกับอาหารโดยตรงในระยะยาว เนื่องจากมีสัดส่วนของแมงกานีสสูงและมีนิกเกิลต่ำ หากสัมผัสกรดหรือความเค็ม เนื้อผิวจะเกิดการกัดกร่อนจนฟิล์มป้องกันเสียหาย และอาจเกิดการหลุดร่อนของออกไซด์โลหะลงสู่อาหารได้

ผิวสัมผัสของสแตนเลส (Surface Finish) สำคัญอย่างไรกับงาน Food Grade?

นอกจากเกรดของเนื้อโลหะแล้ว "ผิวสัมผัส" เป็นอีกปัจจัยที่ผู้ตรวจประเมินโรงงานให้ความสำคัญอย่างมาก:

  • ผิว 2B (ผิวเรียบด้านมาตรฐาน): เป็นผิวเรียบที่ผ่านการรีดเย็น ผิวไม่มีร่องขัด นิยมใช้ทำผนังถัง ตัวถังหมัก ท่อส่งของเหลว และโครงสร้างเครื่องจักร

  • ผิว No.4 หรือ Hairline (ผิวขัดลายละเอียด): เหมาะสำหรับบานตู้ กรอบเครื่องจักร และเคาน์เตอร์ภายนอกที่ต้องการความสวยงาม แต่ร่องขัดต้องไม่ลึกจนกลายเป็นที่สะสมของคราบไขมัน

  • ผิว BA (Bright Annealed) หรือ ผิวขัดกระจก (Mirror): ผิวเงาใสพิเศษที่มีความเรียบเนียนสูงสุด นิยมใช้กับชิ้นส่วนที่ต้องสัมผัสเนื้ออาหารโดยตรง เช่น กรวยปล่อยวัตถุดิบ (Hopper) และใบกวนผสม เพื่อให้เศษอาหารไหลผ่านได้หมดจดโดยไม่เกาะติดผิว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ สแตนเลส Food Grade (FAQ)

Q: สแตนเลส Food Grade ต้องใช้เกรดอะไรถึงจะปลอดภัยตามมาตรฐาน?

A: มาตรฐานขั้นต่ำสำหรับสัมผัสอาหารและเครื่องดื่มคือ สแตนเลสเกรด 304 (18/8) เนื่องจากมีความบริสุทธิ์สูง ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดอินทรีย์ และไม่มีสารโลหะหนักตกค้าง แต่หากเป็นอาหารที่มีความเป็นกรด-ด่างเข้มข้นสูง หรือของเหลวที่มีรสเค็มจัด แนะนำให้ขยับไปใช้เกรด 316 เพื่อป้องกันการกัดกร่อนในระยะยาว

Q: สแตนเลส 304 ทุกชนิดถือเป็น Food Grade ทั้งหมดใช่หรือไม่?

A: ใช่ในแง่ของเนื้อวัสดุ แต่ต้องคำนึงถึงผิวสัมผัสและสารตกค้างจากการผลิตด้วย สแตนเลสที่ผ่านกระบวนการขึ้นรูป เชื่อม หรือเจียรแต่งผิว จะต้องผ่านการล้างคราบน้ำมัน คราบไหม้จากการเชื่อม (Pickling) และทำพาสสิเวชัน (Passivation) เพื่อขจัดสิ่งปนเปื้อนก่อนนำไปใช้งานสัมผัสอาหารจริง

Q: ตรวจรับสแตนเลส Food Grade สำหรับโรงงาน ต้องเช็กเอกสารอะไรบ้าง?

A: ต้องตรวจสอบใบรับรองโรงงานผู้ผลิต (Mill Test Certificate) ทุกล็อต โดยดูค่าส่วนผสมทางเคมีของโครเมียมและนิกเกิล รวมถึงการควบคุมปริมาณคาร์บอนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการตรวจประเมินโรงงานตามเกณฑ์ อย. หรือ GMP

มั่นใจมาตรฐานสแตนเลส Food Grade สเปกวิศวกรรม กับ เทพรักษ์อินเตอร์

การเลือกใช้วัสดุในอุตสาหกรรมอาหารผิดสเปก อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรงต่อการตรวจรับรองโรงงาน บริษัท เทพรักษ์อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมจัดหาสแตนเลสมาตรฐาน Food Grade ทั้ง เกรด 304 และ 316 เนื้อเต็มสเปก ผิวสัมผัสเรียบ สะอาด ได้มาตรฐานสากล

เรามีสินค้าครอบคลุมทั้งแผ่นสแตนเลส ท่อกลมฟู้ดเกรด ท่อเหลี่ยม ฉาก และเพลาตัน พร้อมเอกสาร Mill Test Certificate รับรองสเปกเคมีทุกล็อต เพื่อให้ผู้รับเหมาและวิศวกรนำไปยื่นตรวจรับโครงการได้อย่างมั่นใจ พร้อมสต็อกแน่นพร้อมยก และข้อเสนอราคาพิเศษสำหรับงานสั่งซื้อปริมาณมากและงานโครงการ

 

ถ้าไม่อยากพลาด สอบถาม แนะนำบริการ โทร 081-696-4511 หรือ แอดไลน์ ID @Tepparak

03 ตุลาคม 2569

ผู้ชม 20 ครั้ง