ดูบทความสแตนเลสเกรดอาหาร กับสแตนเลสทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร?

สแตนเลสเกรดอาหาร กับสแตนเลสทั่วไป แตกต่างกันอย่างไร?

สแตนเลสเกรดอาหาร กับ สแตนเลสทั่วไป

1. โครงสร้างและส่วนผสมทางเคมี (Chemical Composition)

  • สแตนเลสเกรดอาหาร (Food Grade):

    • โครเมียม (Chromium ~18%): สร้างฟิล์มบางๆ (Chromium Oxide) ปกป้องผิวจากการเกิดสนิม

    • นิกเกิล (Nickel ~8–10%): ช่วยเพิ่มความทนทานต่อกรด-ด่าง ความเค็ม และเพิ่มความเหนียว ทำให้ขึ้นรูปทรงภาชนะได้ง่าย

    • โมลิบดีนัม (Molybdenum ~2% ในเกรด 316): เพิ่มทนทานต่อไอเค็มและสารคลอไรด์ได้ดียิ่งขึ้น

  • สแตนเลสทั่วไป (Industrial Grade):

    • ปริมาณนิกเกิลต่ำ หรือไม่มีเลย: มักลดต้นทุนโดยการใส่นิกเกิลน้อยลง แล้วใส่ แมงกานีส (Manganese) หรือ คาร์บอน (Carbon) เข้าไปแทน เพื่อเพิ่มความแข็ง

    • ผลลัพธ์: ทำให้ความสามารถในการต้านทานสนิมและการกัดกร่อนจากกรดลดลงอย่างมาก

2. การจำแนกรหัสเกรดที่ใช้บ่อย

  • เกรดอาหาร (Food Grade):

    • SUS 304 (18/8 หรือ 18/10): เกรดมาตรฐานยอดนิยมสำหรับอุปกรณ์ครัว ถ้วย ชาม จาน หม้อ แก้วเก็บอุณหภูมิ มีความทนทาน ปลอดภัย และไม่เป็นสนิม

    • SUS 316: เกรดพรีเมียม ทนทานต่อกรดและความเค็มสูง นิยมใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร อุปกรณ์การแพทย์ หรือภาชนะที่ต้องสัมผัสความเค็มจัด

  • เกรดทั่วไป (Industrial Grade):

    • SUS 201: ใส่นิกเกิลน้อย ใช้แมงกานีสแทน ราคาถูก แข็งแรง แต่นำมาใส่อาหารที่มีกรด/ความเค็มจะเกิดสนิมและสารตกค้างได้ง่าย นิยมใช้ทำราวบันได ท่อ หรือโครงสร้างทั่วไป

    • SUS 430: เป็นกลุ่มเฟอร์ริติก (Ferritic) มีโครเมียมแต่ไม่มีนิกเกิล แม่เหล็กดูดติด ทนสนิมได้ปานกลาง นิยมใช้ทำโต๊ะทำงานช่าง แผ่นปิดผิว หรือส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า

3. ผลกระทบต่อความปลอดภัยและสุขภาพ

หัวข้อ

สแตนเลสเกรดอาหาร (Food Grade)

สแตนเลสทั่วไป (General Grade)

การปนเปื้อน

เสถียรสูง ไม่ละลายสารเคมีหรือโลหะหนักลงในอาหาร

กรดและเกลือสามารถกัดกร่อน ทำให้มีสารโลหะหนัก (เช่น แมงกานีส) ละลายออกมา

การเกิดสนิม

เกิดสนิมได้ยากมาก แม้เจอความชื้นหรือกรด

เกิดคราบสนิมหรือจุดกัดกร่อน (Pitting) ได้ง่ายเมื่อเจอกรด/ความเค็ม

ความปลอดภัยในการบริโภค

ปลอดภัย 100% ตามมาตรฐานสุขอนามัย

เสี่ยงต่อสะสมโลหะหนักในร่างกายในระยะยาว

4. สังเกตความแตกต่างด้วยตัวเองอย่างไร?

  1. สัญลักษณ์และรหัสเกรด: มองหาปั๊มตัวเลข SUS 304, 316 หรือคำว่า Food Grade ที่ตัวสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์

  2. การทดสอบด้วยแม่เหล็ก (เบื้องต้น): สแตนเลสเกรด 304/316 ส่วนใหญ่แม่เหล็กจะดูดไม่ติด หรือดูดติดเบามาก ส่วนเกรดทั่วไป (เช่น 430 หรือเกรดช่างบางประเภท) แม่เหล็กจะดูดติดแน่น

  3. การทนต่อกรด: หากนำน้ำส้มสายชูหรือหยดสารทดสอบสแตนเลสลงไป เกรดทั่วไปจะเกิดรอยดำหรือคราบสนิมได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่เกรดอาหารจะไม่มีปฏิกิริยา

 

ถ้าไม่อยากพลาด สอบถาม แนะนำบริการ โทร 081-696-4511 หรือ แอดไลน์ ID @Tepparak

25 กรกฎาคม 2569

ผู้ชม 4 ครั้ง